ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค คืออะไร

ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากพื้นฐานอันแท้จริงของธรรมชาติ โดยไม่มีการปนเปื้อนของสารสังเคราะห์ใด ๆ ที่เกิดจากประยุกต์เทคโนโลยีหรือสารเคมี ซึ่งเป็นภัยร้ายที่แอบแฝงอยู่รอบ ๆ ตัวเรา โดยที่เราคาดไม่ถึง

ออร์แกนิคเกิดจากอะไร ?

ออร์ แกนิค คือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลูกโดยวิธีทางเกษตร ซึ่งเป็นวิธีการปลูกที่ควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนของสารเคมีในทุกขั้นตอนการ ผลิต ดังนั้นผู้ผลิตจะต้องมีการเตรียมดินและน้ำเป็นเวลาหลายปี เพื่อไม่ให้มีสิ่งปนเปื้อนหลงเหลืออยู่เลย นอกจากนั้นยังต้องใช้ปุ๋ยที่ทำจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ในการปลูก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจะถูกควบคุมจนถึงขบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยให้มีการเจือ ปนของสารเคมีน้อยที่สุดอีกด้วย

มาตรฐานของการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค

การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค จะเริ่มตรวจสอบตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก วัตถุดิบ วิธีการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ การขนส่ง กระบวนการในการนำไปใช้หรือการแปรรูป จนสุดท้ายคือผลิตภัณฑ์ที่สำเร็จออกมา

การกล่าว อ้างว่าผลิตภัณฑ์เป็นออร์แกนิคนั้นจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการ รับรองจากสถาบันในแต่ละประเทศเท่านั้น และจะต้องมีตราประทับบนฉลากอย่างชัดเจนว่าได้รับการรับรองจากประเทศใดหรือ กลุ่มประเทศใด ผู้ผลิตไม่สามารถใช้คำว่า “ออร์แกนิค” บนฉลากสินค้าหรือการโฆษณา โดยไม่ได้การรับรอง

คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค

– ในเครื่องสำอางค์จะไม่มีสารเคมีหรือมีในปริมาณที่น้อยมากจนไม่มีผลต่อสุขภาพผู้ใช้
– ปราศจากสารก่อมะเร็งอย่างสิ้นเชิง
– ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือเกิดอาการแพ้ที่น้อยกว่าเครื่อสำอางค์ปกติ
– สามารถใช้ได้บ่อยและต่อเนื่องเท่าที่ต้องการเนื่องจากไม่มีสารตกค้างภายในร่างกาย

เนื่อง จากสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอางค์จะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้ เกิดผลต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ ดังนั้น เครื่องสำอางค์ออร์แกนิคซึ่งปราศจากสารเคมีและสารก่อมะเร็งจึงไม่เป็น อันตรายต่อร่างกาย และสามารถใช้เป็นส่วนช่วยในการบำบัดได้อีกด้วย “ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ มีอยู่ในผลิตภัณฑ์” มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผม, ใบหน้าและร่างกาย ตั้งแต่กระบวนการชำระล้าง, ขัด, พอก, นวด และบำรุง โดยในแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีกลิ่นหลากหลายให้เลือกใช้ตามความต้องการ

หากท่านสนใจผลิตภัณฑ์ ท่านสามารถสั่งซื้อสินค้าโดยตรงจาก BeSiam.com หรือหากท่านสนใจที่จะเข้าร่วมเครือข่าย เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายท่านสามารถติดต่อมาที่ BeSiam.com ทางเรามีความยินดีที่จะร่วมสร้างสรรค์เครือข่ายชีวิตที่ดีงามร่วมกันกับท่าน

ข้อแตกต่างระหว่างสบู่ทั่วไปกับสบู่ออร์แกนิค

1.สินค้าออร์แกนิก เมื่อเริ่มทำการผลิตต้องเว้นระยะปรับเปลี่ยน 3 ปี จึงจะได้รับการรับรองมาตรฐานสากลได้ (สหภาพยุโรป อเมริกา ) ทำให้เกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนจากเกษตรเคมี มาทำออร์แกนิกมีความยากลำบากในด้านการตลาดในช่วงสามปีแรก หากผู้บริโภคไม่รู้ หรือไม่สนับสนุน

2.เมื่อเริ่มการผลิต ปีเเรกๆ ผลผลิตจะลดลงกว่าเกษตรเคมีทั่วไป เพราะต้องปรับสภาพเเวดล้อม นิเวศ และสร้างความอุดมสมบูรณ์ในดินก่อน

3.ขั้นตอนการตรวจสอบรับรองเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าเป็นออร์แกนิกจริงๆ ทำให้ต้นทุนสูงขี้นเฉพาะในส่วนนี้ (รวมค่าการจัดการในการผลิตเพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน)เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับฟาร์มเคมีทั่วๆไปที่ไม่ต้องทำระบบการตรวจสอบย้อนกลับ

4.พืชผัก ผลไม้ ออร์แกนิก เน้นผลิตตามฤดูกาล ไม่เหมือนเกษตรเคมีที่เน้นทำนอกฤดู ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตสูงกว่ากันเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะผัก ผลไม้หลายๆชนิด ที่ทำนอกฤดูด้วยการเร่งด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ อันส่งผลให้รายได้เกษตรออร์แกนิกน้อยกว่าเกือบเท่าตัวหากขายผัก ผลไม้ในราคาเท่ากันกับผัก ผลไม้เคมี

5.แปลงผลิตออร์แกนิก ต้องเว้นระยะเเนวกันชน พืชแนวกันชนกับเเปลงเพื่อนบ้านไม่สามารถเอามาขายติดตรารับรองมาตรฐานได้เพราะถือว่ามีความเสี่ยงในการรับสารปนเปื้อนจากแปลงข้างเคียง อันนี้ทำให้เสียโอกาสในการขายในราคาที่เป็นธรรมกับเกษตรออร์แกนิก

สบู่ธรรมดา สบู่บำรุงผิว สบู่ธรรมชาติ สบู่ ORGANIC
ผลิตจากน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ ที่ผ่านกระบวนการสกัดจาก โรงงานอุตสาหกรรม ผลิตจากน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ ที่ผ่านกระบวนการสกัดจาก โรงงานอุตสาหกรรม ผลิตจากน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการสกัดจากโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตจากน้ำมันพืชออร์แกนิค ที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็น
ผลิตจากเกล็ดสบู่ที่มีการแยกเอา กลีเซอรีนออกไป ผลิตจากเกล็ดสบู่ที่มีการแยกเอา กลีเซอรีนออกไป แต่จะเติมกลีเซอรีนกลับเข้าไปอีกครั้งในกระบวนการผลิตสบู่ขั้นสุดท้ายทำให้สบู่ประเภทนี้มีราคาค่อนข้างแพง กลีเซอรีนที่ได้มิได้ผ่านการแยกออกไป จึงทำให้สบู่มีความนุ่ม ชุ่มชื่นต่อผิวพรรณ กลีเซอรีนที่ได้มิได้ผ่านการแยกออกไป จึงทำให้สบู่มีความนุ่ม ชุ่มชื่นต่อผิวพรรณ
มีการเติมสารซักฟอก มีการเติมสารซักฟอก ไม่มีการเติมสารซักฟอก ไม่มีการเติมสารซักฟอก
เติมสีสังเคราะห์และน้ำหอม เติมสีสังเคราะห์และน้ำหอม อาจมีการเติมน้ำหอมและสมุนไพร ใช้น้ำมันหอมระเหย และสมุนไพรที่เป็นออร์แกนิค
สารเคมีอาจก่อให้เกิดสารตกค้าง และระคายเคืองต่อผิว สารเคมีอาจก่อให้เกิดสารตกค้าง และระคายเคืองต่อผิว ปราศจากสารตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ปราศจากสารตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ
มีอายุการเก็บรักษานาน ไม่เกิดกลิ่นหืน มีอายุการเก็บรักษานาน ไม่เกิดกลิ่นหืน ก้อนสบู่มีเนื้อสัมผัสแข็ง
เกิดกลิ่นหืนเมื่อรักษาไว้เป็นเวลานาน
ก้อนสบู่ค่อนข้างนิ่ม
สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 1 – 2 ปีโดยไม่เกิดกลิ่นหืน

สูตรและวิธีการทำ สบู่สมุนไพรขมิ้นชัน จากชาววัง

สูตรสบู่สมุนไพรขมิ้นชันจากชาววัง สูตรนี้เป็นการนำเอาเหง้าของขมิ้นชันมาผสมผสานเข้าไปในเนื้อของสบู่ที่ทำขึ้น การนำเอาเหง้าขมิ้นชันมาเป็นส่วนผสมสำคัญของสมุนไพรนี้ สืบทอดองค์ความรู้ที่สะสมมาจากบรรพบุรุษไทยเรา การเอาเหง้าขมิ้นชันมาเป็นยาธรรมชาติบำรุงผิวพรรณ ช่วยสร้างความสะอาดหมดจดแก่ผิวหนังของคนเรา สร้างความนุ่มนวลและขจัดความหม่นหมองของผิวกาย ฆ่าเชื้อรา เชื้อโรค ที่มาอยู่กับผิวหนังให้หมดไป สร้างความสดชื่นให้เกิดขึ้น สบายเนื้อสบายตัวอย่างดีมาก สบู่สมุนไพรขมิ้นชันจึงมีคุณภาพที่ดีเยี่ยมอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนผสมของสบู่สมุนไพรขมิ้นชัน จากชาววัง

น้ำสมุนไพรเหง้าขมิ้นชันข้มข้น 450 กรัม
โซเดียมไฮดรอกไซด์บริสุทธิ์ 180 กรัม
น้ำมันมะพร้าว 360 กรัม
น้ำมันมะกอก 630 กรัม
น้ำมันรำข้าว 420 กรัม
วิธีทำสบู่สมุนไพรขมิ้นชัน จากชาววัง

เริ่มต้นจากการนำเอาน้ำมันมะพร้าวมารวมกับน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว มาผสมรวมกันทั้งหมดในภาชนะ คนให้ละลายรวมเข้าด้วยกันทั้งหมด จึงเอาไปต้มจนกระทั่งอุณหภูมิความร้อน 100 องศาฟาเรนไฮต์ ยกเอาลงมาพักไว้ก่อน
ต่อมาก็เอาโซเดียมไฮดรอกไซต์อย่างระมัดระวังอย่างมาก เพราะเป็นด่างที่เข้มข้นร้อนแรงมาก เอาโซเดียมไฮดรอกไซต์ค่อย ๆ ใส่ลงไปในภาชนะสเตนเลสสตีลที่มีน้ำสมุนไพรขมิ้นชันเข้มข้นทีละเล็กที่ละน้อย คนให้ละลายเข้าด้วยกันทั้งหมด
ลำดับต่อมาเอาโซเดียมไฮดรอกไซต์ที่ผสมกับน้ำสมุนไพรขมิ้นชันเข้มข้นมาค่อย ๆ เทลงไปในน้ำมันที่ผสมรวมกันอยู่ คนให้เข้าด้วยกัน คนให้เข้ากันให้ดีที่สุด เมื่อรวมตัวกันอย่างดีแล้วจะสังเกตุเห็นว่ามีลักษณะที่เหนียวข้นมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือเนื้อสบู่สมุนไพรนั่งเอง
เอามาเทในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ถ้าทำใช้เองไม่ต้องมีแม่พิมพ์ก็เอามาใส่ลงไปในถาด แล้วเอามาตัดเป็นก้อนเป็นแผ่นทีหลัง
ปล่อยเอาไว้เฉย ๆ ในห้องที่มีอุณหภูมิตามธรรมดาประมาณ 1 วัน 1 คืน หรือประมาณ 24 ชั่วโมง จึงเอาออกมาจากแม่พิมพ์ได้ เอาวางเรียงไว้เฉย ๆ หาอะไรคลุมไว้ด้วยเพื่อไม่ให้กลิ่นหอมของของขมิ้นชันระเหิดออกไปมาก และจะต้องปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 45วัน เพื่อให้เนื้อสบู่แข็งตัวคงที่นั่งเอง
นำสบู่ที่ได้มาห่อด้วยกระดาษแก้วหรือพลาสติก หรือใส่กล่องพร้อมใช้
ข้อควรระวังและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำ
สบู่สมุนไพรขมิ้นชัน จากชาววัง

การทำสบู่สมุนไพรขมิ้นชัน ควรระมัดระวังในเรื่องของการเอาโซเดียมไฮดรอกไซต์มาผสมกับน้ำ เพราะจะเกิดความร้อนแรงพลุ่งพล่านจนน้ำเดือดขึ้นมา เนื่องจากโซเดียมไฮดรอกไซต์มีฤทธิ์เป็นด่างอย่างแรงมากนั่งเอง ค่อย ๆ ผสมที่ละเล็กที่ละน้อย อย่าทำด้วยความประมาณหรือไม่ระมัดระวังตัวเอง หรือเด็กที่อยู่ใกล้ ๆ สารเคมีตัวนี้ และควรเก็บให้ห่างจากเด็ก ๆ
ควรสวมถุงมือยางป้องกัน และสวมรองเท้ายางหุ้มมาถึงแข้งป้องกันเอาไว้ ต้องปิดปากและจมูกด้วยหน้ากากป้องกันกลิ่นและไอระเหยที่ออกมาจากสารเคมีอันเป็นด่างอย่างแรงนี้ด้วย ควรสวมแว่นตาเอาไว้ด้วย เพื่อป้องกันการกระเด็นของสารเคมีที่อาจจะเกิดขึ้น
ต้องเอาขวดน้ำส้มสายชู ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดวางไว้ใกล้ ๆ เพื่อใช้การได้ทันทีทันใด ถ้าโซเดียมไฮดรอกไซต์กระเด็นมาสัมผัสผิวกายหรือหกรดราดไปที่เท้า ขา แขน ฯลฯ หากเกิดอันตรายเช่นนี้ขึ้นมา ต้องรีบเอาน้ำส้มสายชูกลั่นนี้ราดลงไปในบริเวณที่ถูกสารเคมีอันมีฤทธิ์เป็นด่างอย่างแรงทันทีเพื่อขจัดอาการร้อนแรงนั้นลง
หลังจากการใช้น้ำส้มสายชูแล้ว หากปวดแสบปวดร้อนมาก ควรรีบไปหาแพทย์ในทันที

วิธีการทำน้ำขมิ้นชันเข้มข้น
นำเหง้าขมิ้นชันมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ได้ปริมาณ 500 กรัม ล้างให้สะอาดแล้วใส่ลงไปในน้ำสะอาด 7 ถ้วยตวง นำไปต้มเคี่ยวจนเหลือน้ำสมุนไพรขมิ้นชันที่เข้มข้นเพียง 2 ถ้วยตวง เราก็จะได้น้ำขมิ้นชันเข้มข้นพร้อมที่จะนำไปผสมการทำสบู่

สรรพคุณของขมิ้นชัน
ขมิ้นชันเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับความนิยมใช้กันมาช้านานแล้วและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ อย่างมากมาย ทั้งในรูปแบบของยา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สีผสมอาหาร สีย้อมผ้าและเตรื่องสำอาง ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของน้ำมันหอมระเหย และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น ฤทธิ์ในการช่วยรักษาอาการอาหารไม่ย่อย ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดการอักเสบ ฯลฯ ทำให้สมุนไพรนี้ได้รับความสนใจทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศอย่างมาก

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ขมิ้นชัน พืชน้ำมันหอมระเหยที่มีศักยภาพของไทย
มหัศจรรย์สมุนไพรกลิ่นหอมธรรมชาติสู่กลิ่นบำบัดในอโรมาเทอราปี

จาก http://www.besiam.com

วิธีการทำสบู่ การทำสบู่สมุนไพร ทำสบู่สมุนไพรด้วยตัวเอง

มีวิธีทำสบู่มาบอก เป็นที่ทราบกันดี ว่าสบู่ช่วยรักษาความสะอาดให้ร่างกาย และสิ่ง อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ความสะอาดช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค การทำสบู่ใช้เองภายในบ้านสามารถทำได้โดยอาศัยส่วนประกอบที่สำคัญคือ ไขมันและน้ำด่าง วิธีการทำสบู่ มีอยู่ 2 วิธีคือ

วิธีที่ 1 ใช้น้ำ ด่างสำเร็จรูปในท้องตลาด หากสามารถหาซื้อน้ำด่าง สำเร็จรูปได้ง่ายในท้องตลาด
วิธีที่ 2 ใช้น้ำ ด่างจากการชะล้างขี้เถ้า วิธีนี้ได้แบบอย่างมาจากผู้อพยพไปตั้งถิ่นฐานในทวีปอเมริกาเหนือรุ่นแรก ๆ

ส่วนผสมของสบู่
1. ไขมัน และน้ำมัน อาจเป็นไขมันสัตว์หรือน้ำมันพืชก็ได้ แต่น้ำมันจากแร่ธาตุใช้ไม่ได้ ไขมันสัตว์ เช่น ไขวัว กระบือ น้ำมันหมู ฯลฯ ไขมัน พืช เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ข้าวโพด เมล็ดฝ้าย ถั่วเหลือง ถั่วลิสง และน้ำมันละหุ่ง ฯลฯ
2. น้ำด่าง น้ำด่างสำเร็จรูปที่ขายในท้องตลาดเรียกว่า โซดาไฟ หรือผลึกโซดา หรือผลึกโซเดียมไฮดรอกไซด์ ราคาถูกมีขายทั่วไป หรือน้ำ ด่างที่ได้จากการชะล้างขี้เถ้าเรียกว่า โพแทช
3. บอแร็ก ซ์ สารบอแร็กซ์นี้ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ แต่สารนี้ช่วยให้ สบู่มีสีสันสวยงามและทำให้เกิดฟองมาก มีจำหน่ายตามร้านขายยา หรือร้านขายของชำ มีชื่อเรียกว่า ผงกรอบ หรือผงนิ่ม ส่วนใหญ่บรรจุในถุง พลาสติก
4. น้ำหอม น้ำหอมก็ไม่จำเป็นต้องใช้เช่นกัน แต่ถ้าใช้จะทำให้สบู่ มีกลิ่นดีขึ้น ถ้าไขมันที่ใช้ทำสบู่นั้นเหม็นอับ ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดผสม จะช่วยให้กลิ่นหอมยิ่งขึ้นและไม่เน่า
5. น้ำ น้ำที่ใช้ทำสบู่ได้ดีต้องเป็นน้ำอ่อน ถ้าเป็นน้ำกระด้างจะทำ ให้สบู่ไม่เกิดฟอง จึงขจัดความสกปรกไม่ได้ ควรทำให้น้ำนั้นหายกระด้าง เสียก่อน โดยเติมด่างประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (15 มิลลิลิตร) ต่อน้ำกระด้าง 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) คนให้เข้ากัน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จึงเท เอาส่วนบนออกมา ส่วนน้ำและตะกอนที่ก้นภาชนะเททิ้งไปได้ น้ำที่เหมาะ ในการทำสบู่มากที่สุดคือน้ำฝน

การทำสบู่จากน้ำ ด่างสำเร็จรูปในท้องตลาด

อุปกรณ์

– ถ้วย ถังหรือหม้อที่ทำด้วยเหล็กหรือหม้อดินก็ได้ แต่ อย่าใช้หม้ออะลูมิเนียม เพราะด่างจะกัด
– ถ้วยตวง ที่ทำด้วยแก้วหรือกระเบื้องเคลือบ
– ช้อน กระเบื้องเคลือบหรือช้อนไม้ และใบพายหรือกิ่งไม้ ขนาดเล็กสำหรับคน
– แบบพิมพ์ สบู่อาจจะทำด้วยแผ่นไม้หรือกระดาษแข็งก็ ได้ ขนาดของแบบพิมพ์จะใช้กว้างหรือยาวตามต้อง การ แต่ส่วนลึกควรจะเป็น 2-3 นิ้ว ดีที่สุด
– ผ้าฝ้ายหรือกระดาษมันสำหรับรองรับสบู่ในแบบพิมพ์ โดยตัดผ้าหรือกระดาษออกเป็น 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งกว้าง กว่าเล็กน้อย อีกชิ้นหนึ่งยาวกว่าแบบเล็กน้อย ใช้ สำหรับช่วยยกสบู่ออกจากแบบพิมพ์ง่ายขึ้น
อัตราส่วนของส่วน ผสมที่ใช้ในการทำสบู่ได้ประมาณ 4 กิโลกรัม
น้ำมันหรือไขแข็งสะอาด 3 ลิตร หรือ 2.75 กก.
บอแร็กซ์ 57 มิลลิลิตร (1/4 ถ้วย)
ผลึกโซดาหรือน้ำด่าง 370 กรัม
น้ำ 1.2 ลิตร
น้ำหอม (เลือกกลิ่นตามต้องการ) 1-4 ช้อนชา

ขั้นตอนในการทำ สบู่

1. เตรียม ไขมัน ถ้าไขมันไม่สะอาด ควรทำให้สะอาดเสียก่อน โดยเอาไปต้มกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันในกาต้มน้ำ เมื่อเดือดแล้วเทส่วน ผสมผ่านผ้าบาง ๆ หรือตะแกรงสำหรับกรองลงในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วเติมน้ำเย็นลงไป 1 ส่วนต่อส่วนผสม 4 ส่วน ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นโดยไม่ ต้องคน ถ้าจะให้สะอาดยิ่งขึ้นควรใส่มันเทศที่หั่นเป็นแว่นลงไปก่อน ที่จะต้มส่วนผสม
2. เตรียม น้ำด่างผสม ทำได้โดย ตวงน้ำตามปริมาณที่ต้องการ แล้วค่อย ๆ เติมด่าง (ผลึก โซดา) ที่จะใช้ลงไปในน้ำ ไม่ควรเติมน้ำลงไปในด่าง เพราะจะเกิดความร้อน และกระเด็นทำให้เปรอะเปื้อนได้ แล้วปล่อยให้น้ำด่างผสมนี้เย็นลงจนปกติ
3. ค่อย ๆ เติมน้ำด่างผสมนี้ลงไปในไขมันที่ละลายแล้วในข้อ 1 ขณะ ที่เติมนี้ต้องคนส่วนผสมทั้งหมดนี้อย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอในทิศทาง เดียวกัน จนกว่าส่วนผสมจะข้นตามปกติ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ช่วงนี้ เติมน้ำหอมที่เตรียมไว้ลงไปได้ หลังจากนั้นปล่อยไว้ 15-20 นาที จึงค่อย คนหนึ่งครั้ง ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง เมื่อส่วนผสมเหนียวดีแล้วจึงเทลงในแบบ พิมพ์ ซึ่งมีผ้าหรือกระดาษมันรองอยู่
4. หาฝา ครอบแบบพิมพ์ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน ไม่ควรมีการ เคลื่อนย้ายหรือถูกกระทบกระเทือน สบู่จะยึดกันแน่นสามารถเอาออกจาก แบบพิมพ์ได้
5. เมื่อ สบู่แข็งตัวดีแล้ว นำออกจากแบบพิมพ์ แล้วใช้เส้นลวดหรือ เส้นเชือกตัดสบู่ออกเป็นชิ้น ๆ ตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำไปวางเรียงไว้ให้ อยู่ในลักษณะที่ลมพัดผ่านได้ทั่วถึงในบริเวณที่อุ่นและแห้ง ปล่อยไว้ 2-4 สัปดาห์ ก็นำไปใช้ได้

การทดสอบว่าสบู่ จะดีหรือไม่

– สบู่ที่ ดีควรจะแข็ง สีขาว สะอาด กลิ่นดีและไม่มีรส สามารถขูด เนื้อสบู่ออกเป็นแผ่นโค้ง ๆ ได้
– ไม่มัน หรือลื่นจนเกินไป เมื่อใช้ลิ้นแตะดูไม่หยาบหรือสาก

การปรับปรุงสบู่ให้ดีขึ้น

ถ้าสบู่ที่ผ่าน ขั้นตอนตามเวลาที่ทำทุกช่วงแล้ว แต่ยังมีส่วนผสมบาง ส่วนไม่แข็งตัวหรือแยกกันอยู่ หรือไม่ดีเพราะสาเหตุใดก็ตาม อาจแก้ไขให้ดี ขึ้นดังนี้
– ตัดสบู่ ออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในหม้อที่มีน้ำบรรจุอยู่ 2.8 ลิตร พร้อมทั้งเทส่วนที่เป็นของเหลวที่เหลืออยู่ในแบบพิมพ์ลงไปด้วย
– นำไปต้ม นานประมาณ10 นาที อาจเติมน้ำมะนาวหรือน้ำมัน อื่น ๆ ที่มีกลิ่นหอมลงไปในส่วนผสมประมาณ 2 ช้อนชา (ถ้ายังไม่ได้เติม)ต่อจากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในแบบพิมพ์ ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปล่อยไว้ 2 อัน แล้วดำเนินการตามที่กล่าวมาแล้ว